dot dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ท็อป เอเซีย ทราเวล จัดนำเที่ยวอินเดีย เนปาล ศรีลังกา ธิเบต ภูฏาน
dot
E-Mail:
Password:
Auto Log in :
bullet Lost Password
bullet Register
dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot


TAT: 11/05250
เที่ยวทั่วไทยไปกับ ท็อเอเซียทราเวล
พระพุทธมหาเมตตา ในมหาเจดีย์พุทธคยา(อินเดีย)
ศิษย์ท่านเจ้าคุณพระเทพโพธิวิเทศ (พระธรรมฑูตสาย อินเดีย-เนปาล) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา
คณะพระเถระผู้ใหญ่ รวมเดินทางจาริก อินเดีย-เนปาล
TopCycling Tour
Thai Embassy  worldwide
Tourismthailand
Bag Factory
Association of Thai Travel Agents
Domesticthailand
Thai Travel Agents Association
BTS Sky Train
Exchange Rates
MRTA Under Ground Train
Airport Raillink


ข้อมูลทั่วไปประเทศฮ่องกง

   ประเทศฮ่องกง 

        

 

         ประเทศฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วยเกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรี่ส์ เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ ฮ่องกง มีพื้นที่โดยรวม 1,091 ตารางกิโลเมตร

 

             

 

 

แผนที่ประเทศฮ่องกง

      การขอวีซ่า และสถานทูตไทยในฮ่องกง: นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งแต่เดิม สามารถอยู่ได้เพียง 14 วัน ก่อนเข้าไปยัง ฮ่องกง ท่านจะได้รับแบบฟอร์มการเข้าเมือง ซึ่งจะต้องกรอกให้สมบูรณ์ และแนบไปกับหนังสือเดินทางเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

     ภาษาที่ใช้: ชาวฮ่องกง พูดได้หลายภาษา ทั้งภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง อังกฤษ และอาจจะรวมถึงภาษาไทยด้วย ภาษาราชการของ ฮ่องกง คือ อังกฤษและจีนกวางตุ้ง แต่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจภาษาจีนกลางได้ดี ส่วนภาษาอังกฤษนั้นชาวฮ่องกงก็สามารถพูดได้ดีเช่นกัน เนื่องจากฮ่องกงเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และในขณะเดียวกัน ฮ่องกงก็ยังอยู่ในอาณาเขตการปกครองของประเทศจีนด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้จึงไม่มีปัญหาในการสื่อสาร ส่วนภาษาไทยนั้น ในสถานที่ที่ได้รับความนิยม อย่างแหล่งช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมจากคนไทย ผู้คนแถวนั้นก็จะสามารถพูดภาษาไทยได้ด้วยค่ะ ความแตกต่างของเวลา: เวลาในฮ่องกงจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงไม่มีปัญหาในเรื่องเวลาที่แตกต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็อย่าลืมเปลี่ยนเวลาที่นาฬิกาของท่าน เมื่อไปถึงที่ฮ่องกงแล้วด้วย

    สภาพอากาศ: อากาศที่ฮ่องกง ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนชื้น และมักเกิดลมมรสุม มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-30 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอากาศเย็นสบายและแห้ง น้อยครั้งที่จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนมีฝนตกชุกและลมแรง ถ้าจะให้ดีควรศึกษาสภาพอากาศในตอนนั้นให้ดีก่อนเดินทาง

    ค่าเงิน และการธนาคาร: สกุลเงินที่ใช้ได้ตามกฎหมายคือเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HK$) 1 ดอลลาร์มี 100 เซ็นต์ สำหรับเหรียญ 10 เซ็นต์ 20 เซ็นต์และ 50 เซ็นต์ ซึ่งออกโดยรัฐบาลมีสีบรอนซ์ เหรียญ 1 HK$, 2 HK$, และ 5 HK$ มีสีเงิน ส่วนเหรียญนิคเกิลและบรอนซ์ใช้กับเหรียญ 10 HK$ ส่วนธนบัตรที่ออกโดย HSBC และธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด มี 10 HK$, 20 HK$, 50 HK$, 100 HK$, 500 HK$ และ 1,000 HK$ ส่วนแบงก์ออฟไชน่าออกธนบัตรทุกประเภท ยกเว้น 10 HK$ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน 1 HK$ กับเงินบาท อยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้จากธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยน จะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น นักท่องเที่ยวควรดูอัตราแลกเปลี่ยนดีๆก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะขาดทุนได้

     ระบบไฟฟ้า: กระแสไฟฟ้าของฮ่องกงเป็นระบบ 200/220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ตซ์ แต่ตัวปลั๊กจะเป็นแบบสามตา ถ้าหากนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่นั่น ท่านอาจต้องพกเต้าแปลงปลั๊กไปด้วยนะคะ เผื่อไว้ในกรณีที่บางโรงแรมในฮ่องกงไม่มีให้บริการ

     ระบบโทรศัพท์: การโทรศัพท์ภายในฮ่องกงเอง (Local Call) จะไม่เสียค่าบริการค่ะ ซึ่งร้านค้า และ ที่พักในฮ่องกงส่วนใหญ่มีโทรศัพท์ไว้ให้บริการอยู่แล้ว แต่ท่านควรสอบถามจากทางโรงแรมก่อนว่ามีการคิดค่าบริการโทรศัพท์ และชาร์จอย่างไร ไม่อย่างนั้นท่านอาจต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ในราคาแพงพอสมควร อันนี้ต้องระวังนะคะ เครื่องโทรศัพท์สาธารณะระบบ IDD สามารถโทรทางไกลออกนอกประเทศได้ มีทั้งแบบหยอดเหรียญและใช้บัตร โดยสามารถหาซื้อได้จากร้านค้า ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว (HKTA) รวมถึงร้านขายสินค้าที่ระลึกทั่วไป โทรศัพท์หยอดเหรียญสาธารณะคิดค่าบริการครั้งละ 1 HK$ ใช้ได้นาน 5 นาที สำหรับการโทรกลับเมืองไทยแบบอัตโนมัติ กด 00 + 66 + รหัสจังหวัด + เบอร์โทรศัพท์ แล้วกดโทรออกได้เลยค่ะ หากเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือมาจากประเทศไทย ก็กด 0066 ต่อด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการโทรออกได้เลยเหมือนกัน 

 

 

 

     การเดินทางเข้าฮ่องกง และการเดินทางจากสนามบินเข้ามาในเมือง: นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางเข้ามายังเกาะฮ่องกงได้หลายทางด้วยกัน เช่น ทางอากาศ หรือ ทางน้ำ ส่วนการเดินทางสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างสนามบินนานาชาติฮ่องกงที่เช็คแลปก๊ก บนเกาะลันเตา กับเกาะฮ่องกง เกาลูน นิวเทอร์ริทอรี่ส์ รวมทั้งภายในเกาะลันเตาเอง สามารถเลือกใช้บริการได้หลากหลาย ทั้งบริการรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และรถแท็กซี่

  • การเดินทางโดยรถไฟด่วนสายสนามบิน (Airport Express Line - AEL) รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปสถานีฮ่องกง ในเขตเซ็นทรัล ซึ่งรถไฟขบวนนี้จะแล่นผ่านสถานีซิงยี่ และสถานีเกาลูน ภายในเวลาเพียง 23 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียวจากสนามบินไปยังเกาะฮ่องกงราคา 100 HK$รถไฟจะออกในทุกๆ 10 นาที ตั้งแต่เวลา 5.50 - 1.00 น. ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีบริการรถรับส่งฟรีไปยังโรงแรมต่างๆในฮ่องกง สำหรับผู้ใช้บริการ AEL อีกด้วย
  • การเดินทางโดยรถประจำทาง มีให้บริการกว่า 30 สาย ที่ให้บริการจากสนามบิน รวมทั้งบริการรถประจำทางปรับอากาศ 9 สาย ซึ่งจะหยุดจอดน้อยกว่ารถประจำทางทั่วไป ค่าโดยสารของรถประจำทางปรับอากาศอยู่ที่ระหว่าง 14 HK$ ถึง 45 HK$
  • การเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ วิ่งระหว่างท่าเรือเช็คแลปก๊ก กับท่าเรือเทิน มุน ในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 6.00 - 23.00 น. ของทุกวัน
  • การเดินทางโดยรถแท็กซี่ ไปยังสถานที่ต่างๆภายในฮ่องกง สามารถเรียกใช้บริการได้จากจุดรับส่งรถแท็กซี่ แท๊กซี่ทุกคันจะติดตั้งมิเตอร์ เริ่มต้นที่15 HK$ หากมีกระเป๋าเดินทางด้วย จะต้องเสียค่าประเป๋าอีกใบละ 5 HK$ เส้นทางปกติจากสนามบินถึงเขตเซ็นทรัล มีราคาประมาณ 330 HK$และถึงจิมซาโจ่ยประมาณ 270 HK$ 
  • การเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน (Mass Transit Railways - MTR) ภายในฮ่องกง เรียกได้ว่ามีความทันสมัยและสะดวกสบายที่สุด ท่านสามารถโดยสารMTR ได้ในทุกๆ 2-4 นาที ตั้งแต่ 6.00 – 1.00 น. ของทุกวัน
  • การเดินทางโดยรถไฟสายเกาลูน-กวางตุ้ง (KCRC East Rail) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเซินเจิ้นในจีน รถไฟ เคซีอาร์ซี สายนี้ ให้บริการระหว่างสถานีรถไฟ Hung Hom ฝั่งเกาลูนไปยังสถานี Lo Wu ก่อนข้ามชายแดนเข้าไปเขตเซินเจิ้น

         ส่วนการเดินทางที่ถือว่าประหยัดที่สุดในฮ่องกงคือ การโดยสารรถรางค่ะ ซึ่งคิดราคา 2 HK$ ตลอดสาย แต่จะไม่มีการทอนเงิน เพราะฉะนั้น ท่านควรเตรียมค่าโดยสารให้พอดีด้วย 

     ผู้โดยสารที่อายุตั้งแต่ 12 ปี ต้องจ่ายค่าภาษีขาออกสนามบิน (Air Passenger Departure Tax - APDT) ราคา 80 HK$ (ซึ่งปกติจะรวมอยู่กับค่าตั๋วเครื่องบิน) ผู้โดยสารที่เดินทางไปและกลับในวันเดียวกัน จะได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีนี้

 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 เป็นต้นมา มีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จ ความปลอดภัยสนามบิน (Airport Security Surcharge - ASS) เพิ่มอีก 13 HK$ จากผู้โดยสารที่เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติฮ่องกง ซึ่งรวมแล้วจะต้องจ่ายทั้งหมด 33 HK$ 

 

 

 

 

Hong Kong Airport Express

      ข้อแนะนำพิเศษ: นักท่องเที่ยวสามารถนำสิ่งของดังต่อไปนี้เข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องเสียภาษี: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - ไวน์ หรือเหล้าขวดขนาด 1ลิตร ยาสูบ - บุหรี่ 200 มวน หรือซิการ์ 50 มวน หรือยาสูบ 250 กรัม ส่วนงาช้าง รัฐบาลฮ่องกงมีข้อบังคับเข้มงวดมากในเรื่องการนำเข้าและส่งออกงาช้าง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรสภาพและที่แปรสภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนมากหรือน้อยก็ตาม จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะนำเข้าหรือนำงาช้างออก 

 

 

 

 

 นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเองโดยไม่ได้มากับทัวร์ สามารถซื้อบัตร Octopus เพื่อใช้จ่ายขณะอยู่ที่ฮ่องกงได้ ซึ่งบัตรนี้ สามารถนำไปใช้จ่ายค่ารถไฟใต้ดิน และจ่ายค่าสินค้าต่างๆได้ ตามร้านค้าที่รับบัตรนี้ถ้าเงินหมดก็สามารถเติมเงินผ่านตู้ Auto หรือจากเคาน์เตอร์ก็ได้เช่นกัน และหากถึงวันเดินทางกลับแล้ว แต่เงินในบัตรยังใช้ไม่หมด ท่านสามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้อีกด้วย บัตร Octopus นี้ก็จะคล้ายๆกันกับ บัตร Smart purse ในบ้านเรา

 

    การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถแท็กซี่ไม่ว่าจากโรงแรมในฮ่องกงที่ท่านพำนัก หรือจากที่ใดก็แล้วแต่ เพื่อไปยังสถานที่สำคัญต่างๆในฮ่องกง ท่านควรจดที่อยู่เป็นภาษาจีนยื่นให้คนขับรถ เพื่อความสะดวกในการไปส่งท่าน

 

 

 หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ

  • บริการค้นเลขหมายโทรศัพท์: 1081
  • สอบถามเวลา: 18501
  • สภาพอากาศ: 187 8066
  • บริการโทรศัพท์ทางไกล IDD และการ์ดโฟน: 10013
  • บริการฉุกเฉิน (ตำรวจ อัคคีภัย รถพยาบาล): 999
  • บริการสายด่วน RTHK (ข่าวด่วน): +852 2272 000
  • สายด่วนบริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง: + 852 2508 1234 

 

    อาหารท้องถิ่น: การไปเยือนฮ่องกง ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็น เมืองหลวงแห่งอาหารของเอเชีย” ท่านไม่ควรพลาดการไปลองชิมอาหารในเมืองนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดใดก็ตาม ฮ่องกง มีทั้งภัตตาคารจีนชั้นเลิศในบรรยากาศหรูหรา และ ร้านอาหารข้างทางกับบรรยากาศพลุกพล่าน แต่ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ให้ท่านได้เลือกตามใจชอบ ทั้งกลางวันและกลางคืน เชฟในภัตตาคารส่วนใหญ่ โดยเฉพาะของโรงแรมในฮ่องกง จะมีความชำนาญในการปรุงอาหารขึ้นชื่อของจีน ไม่ว่าจะเป็น อาหารปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เสฉวน กวางตุ้ง แต้จิ๋ว หูหนาน ฯลฯ

 

 

 

    สำหรับอาหารที่มีชื่อเสียงของฮ่องกงคงไม่พ้น ติ่มซำ เป็นแน่ ส่วนอาหารมื้อเช้าที่ได้รับความนิยมก็คือ โจ๊กต่างๆซึ่งมักทานร่วมกับปาท่องโก๋ นอกจากนี้ยังรวมถึง เป็ดย่าง หมูแดง ด้วย ถ้าใครไปฮ่องกงแล้วไม่ได้ทานอาหาร 3 สิ่งนี้ถือว่าท่านยังไปไม่ถึงฮ่องกงอย่างแน่นอนเลย

 

 

 

 

 

    แหล่งช้อปปิ้ง: หากพูดถึงการไปเที่ยวที่ฮ่องกงนั้นต้องนึกถึงการไปช้อปปิ้งสินค้าจากสินค้าแบรนเนม ไปจนถึงสินค้าตามตลาดนัดทั่วไป และในช่วงเทศกาลลดราคาคือช่วงฤดูหนาว (ปลายเดือน ธ.ค. ถึง ก.พ.) และฤดูร้อน (ก.ค. ถึง ก.ย.) ร้านค้าจะพากันลดราคากระหน่ำชนิดจุใจนักช้อปตัวยง ราคาสินค้าแบรนเนมในฮ่องกงจะมีราคาถูกกว่าประเทศไทยครึ่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น Bossini ที่ใครๆไปก็ขนเสื้อผ้ายี่ห้อนี้กลับมากันทั้งนั้น

      ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและบริการนักท่องเที่ยว: 

     (1) สนามบินนานาชาติฮ่องกง (ที่บริเวณ Buffer Halls และ Transfer Area E2) จะมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 - 23.00 น. ทุกวัน มีเอกสารสำหรับนักท่องเที่ยวและเครื่อง i CyberLink (คลิ๊กเพื่อชมเว็บไซต์ DiscoverHongKong.com) ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

 

     (2) เกาลูน สตาร์ เฟอร์รี่ คอนคอร์ส จิม ซา โจ่ย 8.00 - 20.00 น. ทุกวัน

 

     (3) เกาะฮ่องกง Causeway Bay MTR Station (Near Exit F) 8.00 - 20.00 น. ทุกวัน มีเอกสารสำหรับนักท่องเที่ยวและเครื่อง

             




ข้อมูลทั่วไปประเทศฮ่องกง-มาเก๊า

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศฮ่องกง
โรงแรมในประเทศฮ่องกง
ข้อมูลทั่วไปประเทศมาเก๊า
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศมาเก๊า article
โรงแรมในประเทศมาเก๊า



Top Asia Tavel , 32 Phrayamonthat 31 Kanjanapisek Rd., Bangbon, BKK 10150 CALL CENTER: 02 235 7688 Fax. 02 235 7688 HOTLINE: 081 5509769 TopAsiatravels@gmail.com