dot dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ท็อป เอเซีย ทราเวล จัดนำเที่ยวอินเดีย เนปาล ศรีลังกา ธิเบต ภูฏาน
dot
E-Mail:
Password:
Auto Log in :
bullet Lost Password
bullet Register
dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot


TAT: 11/05250
เที่ยวทั่วไทยไปกับ ท็อเอเซียทราเวล
พระพุทธมหาเมตตา ในมหาเจดีย์พุทธคยา(อินเดีย)
ศิษย์ท่านเจ้าคุณพระเทพโพธิวิเทศ (พระธรรมฑูตสาย อินเดีย-เนปาล) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา
คณะพระเถระผู้ใหญ่ รวมเดินทางจาริก อินเดีย-เนปาล
TopCycling Tour
Thai Embassy  worldwide
Tourismthailand
Bag Factory
Association of Thai Travel Agents
Domesticthailand
Thai Travel Agents Association
BTS Sky Train
Exchange Rates
MRTA Under Ground Train
Airport Raillink


ข้อมูลทั่วไปประเทศสิงคโปร์ article

สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore)

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง  ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 1'09'เหนือ และ 1'29'เหนือ กับเส้นแวงที่ 103'36'เหนือ และ 104'25'เหนือ หรือ ประมาณ 137 กิโลเมตรเหนือเส้นศูนย์สูตร พื้นที่  ประกอบด้วยเกาะสิงคโปร์และเกาะใหญ่น้อยในบริเวณรอบ ๆ 63 เกาะ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 682.7 ตารางกิโลเมตร เกาะสิงคโปร์เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีความยาวจากทิศตะวันตกไปตะวันออกประมาณ 42กิโลเมตร และความกว้างจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ประมาณ 23 กิโลเมตรภูมิอากาศ - อากาศร้อนชื้นตลอดปี และมีอุณหภูมิเฉลี่ย 26.8-31 องศาเซลเซียสวันชาติ - 9 สิงหาคม (แยกตัวจากสหพันธรัฐมาเลเซีย เมื่อ 9 สิงหาคม 2508) ภาษา  อังกฤษ (ภาษาราชการ) มาเลย์ จีนกลาง ทมิฬ ศาสนา   พุทธ (42.5%) อิสลาม (14.9%) คริสต์ (14.6%) ฮินดู (4%)ประชากร - 4.6 ล้านคน เชื้อชาติ ประกอบด้วยชาวจีน (76.5%) ชาวมาเลย์ (13.8%) ชาวอินเดีย (8.1%) และอื่น ๆ (1.6%)เวลา - GMT+0800 (เวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าเวลาในไทย 1 ชั่วโมง) เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน - 8 สิงหาคม 2510 ระบบคมนาคมขนส่งภายในประเทศ - รถส่วนตัว, รถประจำทาง, รถใต้ดิน Mass Rapid Transit และรถแท็กซี่ ทั้งนี้ มีท่าเรือสำคัญ คือ ท่าเรือ Jurong ท่าเรือ Tanah Merah สำหรับท่าอากาศยานสำคัญ คือ ท่าอากาศยาน  Change Terminal 1 และ 2 ทั้งนี้ Terminal 3 จะแล้วเสร็จในปี 2007 และ Budget Terminal ด้วยคำขวัญ   Majulah Singapore (“เดินไปข้างหน้า สิงคโปร์”)

การเมืองการปกครอง

สิงคโปร์มีเสถียรภาพและความต่อเนื่องทางการเมืองโดยมีรัฐบาลภายใต้การนำของพรรค People’s Action Party (PAP) มาโดยตลอดนับตั้งแต่แยกตัวออกจากมาเลเซียเมื่อปี 2508 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2547 นายลี เซียน ลุง รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานธนาคารกลาง (บุตรของนายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์)ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่สามของสิงคโปร์ สืบแทนนายโก๊ะ จ๊ก ตง (ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอาวุโส)

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสิงคโปร์

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2548 นายเอส อาร์ นาธาน ครบวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสิงคโปร์สมัยแรก (นายนาธานอายุ 81 ปี เป็นประธานาธิบดีคนที่ 6 ของสิงคโปร์ แต่เป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ที่มาจากการเลือกตั้ง) เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งสมัยที่สองเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 [เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2548 คณะกรรมการเลือกตั้งประธานาธิบดี (Presidential Elections Committee) ได้ประกาศว่า นายนาธานได้เป็นประธานาธิบดี โดยอัตโนมัตเนื่องจากผู้สมัครแข่งขันคนอื่นขาดคุณสมบัติ]

การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2549 นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้ประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งจะเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งต่อประธานาธิบดีสิงคโปร์ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2549คณะรัฐมนตรีชุดนี้ประกอบด้วยรัฐมนตรีจากคณะรัฐมนตรีชุดก่อนและยังคงดำรงตำแหน่งเดิมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะตำแหน่งหลัก อาทิ นายโก๊ะ จ๊ก ตง เป็นรัฐมนตรีอาวุโส นายลี กวน ยู เป็นรัฐมนตรีที่ปรึกษา ศาสตราจารย์ เอส จายากูมาร์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมาย และรัฐมนตรีประสานงานกิจการด้านความมั่นคงแห่งชาติ นายจอร์จ เยียว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายเตียว ชี เฮียน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดเดิมที่ไม่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีก ได้แก่ นายเยียว เชียว ตง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นโยบาย

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2548 นายลี เซียน ลุงได้กล่าวถ้อยแถลงต่อประชาชนในโอกาสวันชาติสิงคโปร์ (National Day Rally Speech) โดยได้ระบุถึงทิศทางในการพัฒนาประเทศและการดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยในด้านการต่างประเทศนั้น สิงคโปร์จะให้ความสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศอาเซียน (โดยเฉพาะมาเลเซียและอินโดนีเซีย) รวมทั้งกับประเทศมหาอำนาจสำคัญๆ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย สหภาพยุโรปและออสเตรเลีย นอกจากนั้น จะให้ความสำคัญกับการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน และการแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย สำหรับนโยบายภายในประเทศ สิงคโปร์จะมุ่งเน้นเรื่องการปรับตัวทางเศรษฐกิจเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก (remake Singapore) โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมนวัตกรรม การประกอบการ การวิจัยและการพัฒนา (innovation, enterprise and R&D) สำหรับด้านสังคม จะให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชน การดูแลคนชราและผู้ที่มีรายได้ต่ำ รวมทั้งการส่งเสริมวัฒนธรรมด้านบริการเพื่อให้สิงคโปร์มีลักษณะของเมืองที่มีความเป็นสากล

การเปิดกว้างทางสังคม

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้ย้ำในหลายโอกาสว่าประสงค์ที่จะพัฒนาสิงคโปร์ให้เป็นสังคมที่โปร่งใสและเปิดกว้างมากขึ้น (a more transparent and open society) โดยจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงค่านิยมที่เป็นคุณลักษณะเฉพาะของประเทศ (อาทิ การเป็นพหุสังคมที่มีความแตกต่างด้านเชื้อชาติและศาสนา) มากกว่าการนำระบบเสรีนิยมประชาธิปไตยของตะวันตกมาปรับใช้ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองสิงคโปร์เห็นว่าประเด็นเรื่องศาสนาและความแตกต่างทางเชื้อชาติเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนในสังคมสิงคโปร์ สถานะความโปร่งใสของรัฐบาลในปี 2548 สถาบัน Transparency International ได้จัดให้สิงคโปร์อยู่ในลำดับที่ 5 จาก 158 ประเทศทั่วโลกที่มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงน้อยที่สุด (นายโก๊ะ จ๊ก ตง รัฐมนตรีอาวุโสได้ให้ความเห็นว่าแม้สิงคโปร์จะมีระดับเสรีภาพของสื่อมวลชนต่ำ แต่รัฐบาลมีความโปร่งใสมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ดังนั้น การมีเสรีภาพทางสื่อไม่ได้ช่วยส่งผลให้รัฐบาลของประเทศนั้นๆ มีระบบการปกครองที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใสเสมอไป)

เศรษฐกิจการค้า

นโยบายด้านเศรษฐกิจ

สิงคโปร์ต้องเผชิญกับประเด็นท้าทายสำคัญสามประการ ได้แก่ การแข่งขันจากประเทศในภูมิภาค การมีประชากรสูงอายุในจำนวนเพิ่มขึ้นขณะที่อัตราการเกิดของประชากรลดลง และการปรับโครงสร้างในภาคการผลิต ซึ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกเมื่อเดือนตุลาคม 2548 นายลิม อึง เคียง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ได้แถลงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับแนวทางยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มผลผลิตในภาคอุตสาหกรรม (manufacturing) (ซึ่งมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 27.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ใน 15 ปีข้างหน้า ได้แก่ (1) เพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและการพัฒนาจากร้อยละ 2.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเป็นร้อยละ 3 โดยเน้น 3 สาขา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (biomedical sciences) เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและน้ำ (environmental and water technologies) และสื่อดิจิตัล (interactive and digital media) (2) ส่งเสริมการจัดทำความตกลงทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบของความตกลงการค้าเสรีทวิภาคี ความตกลงเพื่อส่งเสริมการลงทุน ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นภาษีซ้อนและความตกลงการรับรองมาตรฐานร่วม เพื่อขยายช่องทางทางการค้าและการลงทุนให้กับภาคเอกชนสิงคโปร์ (3) ขยายการผลิตในสาขาอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และพัฒนาสาขาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ อาทิ นาโนเทคโนโลยี สื่อดิจิตัล เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน และ (4) ขยายการค้าและการลงทุนไปยังตลาดใหม่ๆ อาทิ จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง ซึ่งมีบริษัท Government Investment Corporation (GIC) และ Temasek Holdings ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นมีบทบาทสำคัญในการขยายตลาดดังกล่าว

1.ข้อมูลเศรษฐกิจทั่วไป

ระบบเศรษฐกิจ - เสรี

เงินตรา - ดอลลาร์สิงคโปร์

อัตราแลกเปลี่ยน

- 23.17 บาท/1 ดอลลาร์สิงคโปร์

- 1 ดอลลาร์สหรัฐ/1.70 ดอลลาร์สิงคโปร์

GDP Growth

- ร้อยละ 6.4 (2548)

- ร้อยละ 7.9 (2549)

- ร้อยละ 4.6-6.5 (คาดการณ์2550)

อัตราเงินเฟ้อ - ร้อยละ 0.2 (2549)

รายได้เฉลี่ยต่อหัว - 25,409 ดอลลาร์สหรัฐ (2549)

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ - 116,646.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2549)

2.ข้อมูลการค้าการค้าระหว่างประเทศ - มีมูลค่าการค้ารวมประมาณ 510,091ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2549)ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ - มาเลเซีย สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์

นโยบาย/มาตรการทางการค้า ทั้งภาษีและไม่ใช่ภาษี

นโยบายการค้าที่สำคัญ มาตรการภาษีทางการค้า มาตรการการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) นโยบายการค้าเสรี นำเข้า/ส่งออกสินค้าจากต่างประเทศเป็นไปอย่างเสรี โดยผู้นำเข้า/ผู้ส่งออกจะต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไว้กับหน่วยงานสิงคโปร์ Accounting & Corporate Regulatory Authority (ACRA) และได้รับใบอนุญาตการนำเข้า/การส่งออกจาก International Enterprise Singapore [I E Singapore]

-สินค้านำเข้าที่ต้องยื่นขออนุญาตนำเข้าก่อนที่จะนำเข้าทุกครั้ง มีจำนวน 53 รายการ

-สินค้าส่งออกที่ต้องยื่นขออนุญาตส่งออกก่อนที่จะส่งออกทุกครั้งมีจำนวน 28 รายการ

-รายชื่อหน่วยงานที่มีอำนาจออกใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออกสินค้าควบคุม ดูรายละเอียดรายการที่ Website: http://www.customs.gov.sg

-สินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่ไม่เก็บภาษีนำเข้า ยกเว้นสินค้า 4 รายการ คือ

1) เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ (เช่น เบียร์ เหล้า ไวน์)

2) บุหรี่และยาสูบ

3) น้ำมันปิโตรเลียม

4) รถยนต์ รถจักรยานยนต์

-สินค้าทุกชนิดที่นำเข้าจะต้องเสียภาษีสินค้าและบริการ(Goods & Services:Tax:GST) ร้อยละ 5 ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7

-มีข้อกำหนดสำหรับอาหารให้เป็นไปตามระเบียบ The Food Regulations หน่วยงานที่ควบคุมคือ Agri-Food Veterinary Authority (AVA) ภายใต้ Ministry of National Development ระเบียบข้อกำหนดที่สำคัญที่ผู้ผลิตพึงถือปฏิบัติคือ Labeling Requirements ซึ่งต้องพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ขนาดตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า

3.ความตกลงการค้าเสรี - สิงคโปร์ได้หาทางขยายขอบเขตด้านเศรษฐกิจการค้าให้ครอบคลุมไปยังภูมิภาคอื่นที่มีศักยภาพ โดยได้เจรจาเพื่อจัดทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement) กับประเทศต่าง ๆ Free Trade Agreement (FTAs) ในปัจจุบันสิงคโปร์ได้ลงนามในข้อตกลง FTA กับนิวซีแลนด์(ปี 2543) สมาคมเขตการค้าเสรียุโรป (European Free Trade Association – ปี 2545) ญี่ปุ่น(ปี 2545) ออสเตรเลีย(ปี 2546) สหรัฐอเมริกา(ปี 2546) สวิสเซอร์แลนด์-Liechtenstein-ไอซ์แลนด์ (ปี 2546) จอร์แดน(ปี 2547) อินเดียและเกาหลีใต้(ปี 2548) และกลุ่ม Pacific Three (นิวซีแลนด์ ชิลี และบรูไน-ปี 2549) และปานามา (ปี 2549)สิงคโปร์กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงกับแคนาดา จีน The Gulf Cooperation Council แม็กซิโก ปากีสถานและเปรู และภายใต้กลุ่มอาเซียน ได้แก่ อาเซียน-ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ อาเซียน-อินเดีย และอาเซียน-ญี่ปุ่น

สังคม

เน้นการสร้างความสมานฉันท์ทางสังคม เนื่องจากสิงคโปร์มีลักษณะเป็นพหุสังคมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐสิงคโปร์สถาปนาความสัมพันธ์ - 20 กันยายน 2508เอกอัครราชทูตไทยประจำสิงคโปร์ - นายฐากูร พานิช (Mr. Thakur Panich) (เข้ารับหน้าที่เมื่อมกราคม 2546) สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำไทย - นายชัน เฮง เวง (Mr. Chen Heng Wing) (เข้ารับหน้าที่เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2545) สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย

สถานะความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สิงคโปร์

ไทยและสิงคโปร์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันเมื่อ 20 กันยายน 2508 ความสัมพันธ์ได้ดำเนินมาอย่างราบรื่นบนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาตลอด 39 ปี และได้พัฒนาไปเป็นลักษณะ หุ้นส่วนที่พร้อมจะให้ความร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เนื่องจากไทยและสิงคโปร์มีจุดแข็งและมีศักยภาพที่เอื้อประโยชน์ต่อกันเป็นอย่างดี ไทยมีทรัพยากรธรรมชาติ มีแรงงานจำนวนมาก และมีพื้นที่กว้างใหญ่ ส่วนสิงคโปร์มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีระดับสูงด้านอุตสาหกรรม ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่น้อย ซึ่งได้มีการนำจุดแข็งที่ทั้งสองฝ่ายมีมาใช้ร่วมกันจนนำ ไปสู่การส่งเสริมความสัมพันธ์และการพัฒนาร่วมกันที่ยั่งยืน

กลไกความสัมพันธ์ทวิภาคี

โครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานข้าราชการพลเรือนไทย-สิงคโปร์ (Thailand-Singapore Civil Service Exchange Programme – CSEP) ตั้งเมื่อปี 2541 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้หน่วยราชการไทยและ สิงคโปร์มีโอกาสพบปะอย่างใกล้ชิดและสร้างความคุ้นเคยระหว่างกัน อันจะนำไปสู่การขยายความร่วมมือที่ดีต่อไป มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ เป็นประธานร่วม ในปัจจุบันการประชุมดังกล่าวได้ส่งผลให้ความร่วมมือต่าง ๆ อยู่ภายใต้กลไกที่เป็นระบบ มีลักษณะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและเป็น หุ้นส่วนกันมากขึ้น โดยสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม CSEP ครั้งที่ 5 ระหว่าง 27-28 พฤศจิกายน 2545 และไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุม ครั้งที่ 6 เมื่อ 17-18 พฤศจิกายน 2546Singapore-Thailand Enhanced Economic Relations (STEER) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2545 เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในอุตสาหกรรม 5 สาขา ได้แก่ การเกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว การบริการทางการเงิน อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนประกอบยานยนต์และการขนส่ง และเป็นการนำร่องการรวมตัวทางเศรษฐกิจในกรอบอาเซียนตามแนวทาง 2+X สิงคโปร์ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม STEER ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 25-27 สิงหาคม 2546 ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม STEER ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2548 ซึ่ง เห็นชอบให้เพิ่มปริมาณการค้า การลงทุนระหว่างกัน รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศที่สามเป็น 2 เท่าของตัวเลขในปัจจุบันภายในปี 2553 และส่งเสริมความร่วมมือด้านสินค้าอาหารและเกษตร การขนส่งและโลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนของทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจจำนวน 12 ฉบับ อาทิ ความตกลงเพื่อการคุ้มครองด้านการลงทุนระหว่างไทยกับสิงคโปร์

ความสัมพันธ์ด้านต่าง ๆ

การเมืองและความมั่นคง

ภาพรวม

-สิงคโปร์และไทยมีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ผู้นำของไทยและสิงคโปร์มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และมีวิสัยทัศน์ที่คล้ายคลึงกัน ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนการเยือนกันในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง

-กองทัพไทยและสิงคโปร์มีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีต่อกัน ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมีลักษณะ หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดความมั่นคงในภูมิภาค โดยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมระหว่างกองทัพไทย-สิงคโปร์ ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อติดตามความก้าวหน้าและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้บังคับบัญชา ระดับสูงของกองทัพทั้งสองประเทศอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกองทัพเรือไทย-สิงคโปร์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือของทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการฝึกและการซ้อมรบร่วมกัน โดยไทยอนุญาตให้สิงคโปร์ใช้พื้นที่ในการฝึกและมีการ ฝึกอบรมบุคลากรทางทหารร่วมกัน อาทิ การฝึกร่วมผสม (Cobra Gold)

การแลกเปลี่ยนการเยือน

-ไทยและสิงคโปร์มีการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างต่อเนื่อง การเยือนของฝ่ายไทยในช่วงตั้งแต่ปี 2539 ที่สำคัญ ได้แก่ การเสด็จเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (2-4 กรกฎาคม 2542) การเสด็จเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (12-17 เมษายน 2543 และ 22-25 มิถุนายน 2543) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีกำหนดจะเสด็จฯ เยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 12-14 พฤษภาคม 2547 การเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี (นายบรรหาร ศิลปอาชา) ระหว่าง 30 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2539 การเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) ระหว่าง 20-21 มีนาคม 2540 การเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี (นายชวน หลีกภัย) ระหว่าง 17-18 ตุลาคม 2542 การเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) ระหว่าง 20-23 สิงหาคม 2544 การเยือนอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายประจวบ ไชยสาส์น) ระหว่าง 4-5 กุมภาพันธ์ 2540 การเยือนอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย) เพื่อพบหารือกับนายลี กวน ยู รัฐมนตรีอาวุโสสิงคโปร์ (2-3 สิงหาคม 2545) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย) เยือนสิงคโปร์เพื่อเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการประชุม CSEP ครั้งที่ 5 (27-28 พฤศจิกายน 2545) เมื่อ 12 สิงหาคม 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย) เดินทางไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์เกี่ยวกับแนวคิดว่าด้วยการจัดทำ Roadmap ไปสู่ประชาธิปไตยในพม่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เยือนสิงคโปร์เพื่อร่วมประชุม STEER ครั้งที่ 1 ระหว่าง 25-27 สิงหาคม 2546 และพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเยือนสิงคโปร์เพื่อหารือกับนายโก๊ะ จ๊ก ตง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ (Singapore-Thailand Prime Ministerial Retreat ครั้งที่ 2) และร่วมพิธีเปิดสำนักงานเลขาธิการเอเปค (5-7 กันยายน 2546)

- การเยือนที่สำคัญของฝ่ายสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี 2544 ได้แก่ การเยือนอย่างเป็นทางการของ ศ. เอส จายากุมาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ในโอกาสเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการประชุม CSEP ครั้งที่ 4 (15-16 พฤศจิกายน 2544) การเยือนอย่างเป็นทางการของนายโก๊ะ จ๊ก ตง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และคณะ (18-20 กุมภาพันธ์ 2545) การเยือนอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ (ศ. เอส จายากุมาร์) เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรียุติธรรมอาเซียน (17-18 มิถุนายน 2545) และเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือเอเชีย (18-19 มิถุนายน 2545) การเยือนอย่างเป็นทางการของพลจัตวา จอร์จ เยียว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมงาน ASEAN Trade Fair และเข้าเยี่ยมคารวะนายพรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเกี่ยวกับการประชุม STEER (13-15 ตุลาคม 2545) การเยือนของนายโก๊ะ จ๊ก ตง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เพื่อร่วม Thailand-Singapore Prime Ministerial Retreat ครั้งที่ 1 ที่จังหวัดภูเก็ต (10-12 มกราคม 2546) การเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี (นายโก๊ะ จ๊ก ตง) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ (ศ. เอส จายากุมาร์) เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำอาเซียนและผู้นำอาเซียน-จีนสมัยพิเศษว่าด้วยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (29 เมษายน 2546) การเยือนอย่างเป็นทางการของ ศ. เอส จายากุมาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือเอเชีย (21-22 มิถุนายน 2546) การเยือนอย่างเป็นทางการของนายโก๊ะ จ๊ก ตง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 11 (20-21 ตุลาคม 2546) การเยือนอย่างเป็นทางการของ ศ. เอส จายากุมาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ในโอกาสเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการประชุม CSEP ครั้งที่ 6 (17-18 พฤศจิกายน 2546) การเยือนอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลของนาย ลี กวน ยู รัฐมนตรีอาวุโส ในโอกาสกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Thammasart Business School International Forum 2003 ระหว่าง 1417 ธันวาคม 2546 การเยือนอย่างเป็นทางการของ ผช.ศ. โฮ เป็ง คี รัฐมนตรีแห่งรัฐอาวุโส ดูแลด้านมหาดไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 4 และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ + 3 (จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) ระหว่าง 7-10 มกราคม 2547 การเยือนอย่างเป็นทางการของนายโทนี่ ตัน เคง ยัม รองนายกรัฐมนตรี

การค้า

ข้อมูลการค้า ไทย - สิงคโปร์

1. การค้าระหว่างไทย - สิงคโปร์

1.1 การค้ารวมและดุลการค้า ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2544-2548,2544-2548      ) การค้าระหว่างไทยกับสิงคโปร์มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 9,935.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในปี 2548 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 12,880.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 6.0 ของมูลค่าการค้ารวมของประเทศไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.3 จากปีก่อน สำหรับปี 2549 ปริมาณการค้ารวมมีมูลค่า 14,006.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 7.2 สำหรับดุลการค้า ไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้าสิงคโปร์ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (2544-2548  2544-2548      ) เฉลี่ยปีละ 2,541.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับปี 2548 ไทยได้ดุลการค้ากับสิงคโปร์ 2,311.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และปี 2549 ไทยเกินดุลการค้าสิงคโปร์ 2,711.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ด้านวัฒนธรรม

ไทยและสิงคโปร์มีความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างกันภายใต้กรอบการประชุม CSEP และกรอบโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมของอาเซียน ซึ่งประกอบด้วยการแลกเปลี่ยนอุปกรณ์และสื่อที่ใช้เผยแพร่วัฒนธรรม (เทปวิทยุและโทรทัศน์ การขับร้อง) การแสดงนาฏศิลป์และการละคร นับว่าช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีงามระหว่างสองประเทศ และช่วยในการแก้ไขภาพลักษณ์ รวมทั้งเผยแพร่ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทย นอกจากนี้ ภาครัฐและภาคเอกชนสิงคโปร์ยังได้จัดโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเพื่อเปิดโอกาส ให้เยาวชนไทยได้เดินทางไปทัศนศึกษาและพักร่วมกับครอบครัว ชาวสิงคโปร์ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชาวสิงคโปร์ได้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง

ที่ประชุม CSEP ครั้งที่ 6 เห็นพ้องว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินโครงการ แลกเปลี่ยนศึกษาดูงานของบุคลากรในด้านต่าง ๆ รวมทั้ง การจัดการด้านวัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ความร่วมมือด้านพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตภาพยนตร์ร่วมกัน นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะหารือกันต่อไปในการจัดทำบันทึกความเข้าใจด้านหอจดหมายเหตุ และการจัดงานแสดงประวัติความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ในโอกาส ที่ประธานาธิบดีสิงคโปร์จะเยือนไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 2548 ซึ่งครบรอบ 40 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสิงคโปร์

 




ข้อมูลทั่วไปประเทศสิงคโปร์

โรงแรมในประเทศสิงคโปร์
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ article



Top Asia Tavel , 32 Phrayamonthat 31 Kanjanapisek Rd., Bangbon, BKK 10150 CALL CENTER: 02 235 7688 Fax. 02 235 7688 HOTLINE: 081 5509769 TopAsiatravels@gmail.com